Saturday, November 29, 2025

นิทรรศการและสื่อส่งเสริมการศึกษา

ผลิตและพัฒนาโดย หน่วยเทคโนโลยีส่งเสริมการศึกษา ฝ่ายเทคโนโลยีห้องสมุด สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมถ้อยคำถิ่น สื่อสร้างสรรค์: เรื่องเล่าผ่านเครื่องใช้ในท้องถิ่นนิทรรศการนิทรรศการสื่อส่งเสริมการศึกษาสื่อกิจกรรม

กระต่ายขูดมะพร้าว: ทำไมภาคกลางเรียก “กระต่าย” แต่ภาคเหนือเรียก “แมว”

“กระต่ายขูดมะพร้าว” เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในอดีต โดยมีหน้าที่หลักในการขูดเนื้อมะพร้าวเพื่อนำไปคั้นกะทิ ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในวัฒนธรรมอาหารไทย (มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ม.ป.ป.; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.) อุปกรณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของภูมิปัญญา งานฝีมือ และความหลากหลายทางภาษาในแต่ละภูมิภาค (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567) การทบทวนวรรณกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์แนวคิดที่สอดคล้องกันในมิติของความเป็นมา ที่มาของชื่อ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และพลวัตการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

“กระต่ายขูดมะพร้าว”
ถ่ายเมื่อ 4 พ.ย. 68
“กระต่ายขูดมะพร้าว”
ถ่ายเมื่อ 4 พ.ย. 68
“กระต่ายขูดมะพร้าว”
ถ่ายเมื่อ 4 พ.ย. 68
ความเป็นมาของชื่อ “กระต่ายขูดมะพร้าว”

ก่อนที่จะมี “กระต่ายขูดมะพร้าว” ดังเช่นในปัจจุบัน การขูดมะพร้าวในอดีตมีวิวัฒนาการมาจากวัสดุที่เรียบง่ายกว่า แหล่งข้อมูลจากงานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (2563) และ กระทรวงวัฒนธรรม (2555) ระบุสอดคล้องกันว่า เดิมทีมีการใช้ “ช้อนที่ทำจากกะลามะพร้าว” ขูดเนื้อมะพร้าวให้เป็นฝอย หรือในบางแห่งใช้ “ซีกไม้ไผ่” ที่บากรอยเป็นซี่สำหรับขูด จนกระทั่งเมื่อมีการนำเหล็กเข้ามาใช้ในครัวเรือน จึงเกิดนวัตกรรมการตีเหล็กแผ่นบางให้มีรูปโค้งมนและใช้ตะไบถูจนเกิดเป็นซี่คม เรียกว่า “ฟันกระต่าย” (งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 2563) นี่คือจุดเริ่มต้นของเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประเด็นสำคัญที่แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่กล่าวถึงสอดคล้องกัน คือ ที่มาของชื่อ “กระต่ายขูดมะพร้าว” ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่นิยมใช้ในภาคกลาง (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567) โดยสามารถสังเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับที่มาของชื่อได้เป็น 2 สมมติฐานหลักที่มักถูกนำเสนอควบคู่กัน

  1. แนวคิดที่มาจากลักษณะทางกายภาพของใบมีด แหล่งข้อมูลหลายแห่ง (กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; งานศิลปวัฒธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 2563; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, 2560; มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ม.ป.ป.; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564) สันนิษฐานว่า แผงฟันเหล็กที่เป็นซี่แหลมคมสำหรับขูดเนื้อมะพร้าวนั้น มีลักษณะคล้ายกับ “ฟันกระต่าย”
  2. แนวคิดที่มาจากรูปทรงของฐาน คือ โครงไม้ซึ่งเป็นฐานสำหรับนั่งและเสียบฟันขูดนั้น ในอดีต นิยมแกะสลักเป็นรูปกระต่าย มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.)

จากแนวคิด ทั้ง 2 นี้ สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ที่ว่า แม้ในภายหลังโครงไม้จะถูกแกะสลักเป็นรูปสัตว์ชนิดอื่น ๆ เช่น แมว สุนัข สิงห์ เต่า ตะกวด (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555) หรือแม้แต่มีรูปแบบที่สะท้อนอารมณ์ขันและสัญลักษณ์ทางเพศ (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.) ผู้คนโดยส่วนใหญ่ก็ยังคงเรียกเครื่องมือชนิดนี้ว่า “กระต่ายขูดมะพร้าว” ตามความคุ้นเคย (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564)

ความหลากหลายทางภาษา

ประเด็นที่แหล่งข้อมูลทั้งหมดเห็นพ้องต้องกัน คือ “กระต่ายขูดมะพร้าว” เป็นชื่อเรียกที่ไม่ได้เป็นสากลทั่วประเทศไทย แต่มีความหลากหลายทางภาษาที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคอย่างชัดเจน

ภาคเหนือ: เรียกว่า “แมวขูดมะพร้าว” หรือ “งอง” (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, ม.ป.ป.; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ, ม.ป.ป.)

ภาคใต้: เรียกว่า “เหล็กขูด” หรือ “แหล็กขูด” (กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 2563; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, ม.ป.ป.; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564)

จากแนวคิด การเรียกชื่อตามรูปสัตว์ที่นิยมแกะสลัก เช่น กระต่ายในภาคกลาง เป็นต้น สอดคล้องกับแนวคิด การเรียกชื่อในภาคเหนือว่า “แมวขูดมะพร้าว” เนื่องจากในล้านนานิยมทำฐานเป็นรูปแมว (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, ม.ป.ป.) นอกจากนี้ จากแนวคิดการเรียกชื่อตามลักษณะใบมีด “ฟันกระต่าย” ก็ยังสอดคล้องกับการเรียกในภาคเหนือเช่นกัน โดยมีการตีความต่างมุมมองว่าซี่เหล็กแหลมนั้นคล้าย “เล็บแมว” (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, ม.ป.ป.) หรือเรียกว่า “งอง” ซึ่งอาจมาจากลักษณะที่งอของเหล็กขูด (กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ, ม.ป.ป.) ส่วนภาคใต้ที่เรียกว่า “เหล็กขูด” สะท้อนถึงการเรียกชื่อที่เน้นหน้าที่และวัสดุของใบมีดโดยตรง

การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

แนวคิดสำคัญประการสุดท้ายที่แหล่งข้อมูลทั้งหมดนำเสนอตรงกัน คือ “การลดบทบาทลง” ของกระต่ายขูดมะพร้าวในครัวเรือนปัจจุบัน (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, ม.ป.ป.; มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ม.ป.ป.; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ, ม.ป.ป.)

จากแนวคิด การเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในอดีต (มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ม.ป.ป.) สอดคล้องกับแนวคิด การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและวิถีชีวิต (พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.) โดยมีสาเหตุหลัก 2 ประการที่ทุกแหล่งข้อมูลยืนยันตรงกัน คือ

  1. การแทนที่ด้วยเทคโนโลยี: การเข้ามาของเครื่องขูดมะพร้าวไฟฟ้า ทั้งแบบมือหมุนและเครื่องยนต์ ที่รวดเร็วและสะดวกกว่า (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ม.ป.ป.; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564)
  2. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค: ความนิยมใช้กะทิสำเร็จรูป ในลักษณะบรรจุกระป๋องหรือกล่อง หรือมะพร้าวขูดสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ, ม.ป.ป.)

การสังเคราะห์วรรณกรรมชี้ให้เห็นว่า “กระต่ายขูดมะพร้าว” เป็นวัตถุทางวัฒนธรรมที่มีความหมายลึกซึ้ง โดยมี ความเป็นมา จากการพัฒนาเครื่องมือง่ายๆ ได้แก่ กะลา และ ไม้ไผ่ สู่การใช้ใบมีดเหล็กที่มีประสิทธิภาพ แหล่งข้อมูลทั้งหมดสอดคล้องกันว่า ชื่อ “กระต่าย” เกิดจากสมมติฐาน 2 ประการคือ รูปทรงของใบมีดที่คล้ายฟันกระต่าย และรูปทรงของฐานที่นั่งที่นิยมแกะสลักเป็นรูปกระต่าย ความแตกต่างของชื่อเรียกในแต่ละภูมิภาค เช่น แมวขูดมะพร้าว, งอง, เหล็กขูด สะท้อนถึงอัตลักษณ์ทางภาษาและศิลปะท้องถิ่นที่แตกต่างกัน แม้ว่าในอดีตจะเคยมีวิวัฒนาการทางศิลปะที่สร้างสรรค์ ในงานแกะสลัก แต่ในปัจจุบัน แหล่งข้อมูลทั้งหมดสรุปตรงกันว่าบทบาทของกระต่ายขูดมะพร้าวได้ลดน้อยลงอย่างมาก อันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้เครื่องมือชิ้นนี้กำลังย้ายสถานะจาก “เครื่องใช้ในครัว” ไปสู่ “วัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์” ในฐานะมรดกแห่งความทรงจำทางวัฒนธรรม (พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.)

อ้างอิงข้อมูลจาก:

กมลวรรณ ยุทธศิลป์. (2567, 8 มกราคม). แมวขูดมะพร้าว เครื่องครัวไทยดั้งเดิมสู่ความทรงจำ. ศิลปวัฒนธรรม. https://www.silpa-mag.com/culture/article_146142

กระทรวงวัฒนธรรม. (2555, 27 สิงหาคม). แมวขูดมะพร้าว. http://m-culture.in.th/album/view/153037/

กระทรวงวัฒนธรรม. (2555, 12 พฤศจิกายน). กระต่ายขูดมะพร้าว. http://www.m-culture.in.th/album/167994/js/

งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล. (2563, 23 กรกฎาคม). “ กระต่ายขูดมะพร้าว ” เครื่องจักสานภูมิปัญญาชาวบ้านพื้นบ้านอีสาน. https://culture.vu.ac.th/wpevi/2020/07/23/กระต่ายขูดมะพร้าว-เค/

พจนก กาญจนจันทร. (ม.ป.ป.). แมว กระต่าย และต้นไม้แห่งชีวิต. พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. https://museum.socanth.tu.ac.th/wp-content/uploads/2017/09/-2_บทที่-3_แมว-กระต่าย-และต้นไม้แห่งชีวิต.pdf

พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. (2560, 24 กันยายน). กระต่ายขูดมะพร้าว. https://museum.socanth.tu.ac.th/collection/กระต่ายขูดมะพร้าว/

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่. (ม.ป.ป.). แมวขูดมะพร้าว. https://www.finearts.go.th/chiangmaimuseum/view/48408-แมวขูดมะพร้าว

มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. (ม.ป.ป.). ทำความรู้จัก “กระต่ายขูดมะพร้าว”. https://gastronomy.pkru.ac.th/thai-traditional-coconut-grater/

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2564, 12 พฤษภาคม). กระต่ายขูดมะพร้าว. https://traditional-objects.sac.or.th/th/equipment-detail.php?ob_id=30

หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เชียงใหม่. (ม.ป.ป.). งองขูดมะพร้าว. https://www.finearts.go.th/chiangmaiarchives/view/30471–งองขูดมะพร้าว

ขอความร่วมมือทุกท่านร่วมทำแบบประเมินความพึงพอใจ เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงและพัฒนางานให้ตรงกับความต้องการของทุกท่านให้ได้มากที่สุด ขอบคุณครับ

We would appreciate your assistance in filling out the satisfaction survey, which is available in both Thai and English. The results will be utilized to enhance and expand our work to better serve everyone’s requirements. Click this link.